บริการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing Service)

“ระบบที่ไม่เคยถูกทดสอบ ไม่ใช่ระบบที่ปลอดภัย แต่เป็นระบบที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ว่าไม่ปลอดภัยต่างหาก” (Executive Briefing)

ในยุคที่องค์กรขับเคลื่อนด้วย Cloud, API และแอปพลิเคชันที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ขอบเขตของระบบ (Attack Surface) ขยายตัวเร็วกว่าที่ทีม IT จะตามดูแลได้ทัน ผู้โจมตีในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคซับซ้อน เพียงแค่ช่องโหว่เล็ก ๆ หนึ่งจุดที่ไม่เคยถูกตรวจพบ ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้อมูลลูกค้าทั้งฐานข้อมูลรั่วไหลออกสู่สาธารณะได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง บริการ Penetration Test หรือ บริการทดสอบเจาะระบบ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยที่เลือกทำหรือไม่ทำก็ได้อีกต่อไป แต่เป็นกลไกจำเป็นที่ช่วยให้ผู้บริหารรู้ล่วงหน้าว่าระบบของตนมีจุดอ่อนใดที่ผู้โจมตีจริงจะมองเห็นและใช้ประโยชน์ได้

Inventsys ให้ บริการ pentest และ ตรวจประเมินช่องโหว่ความปลอดภัย แบบครบวงจร ทั้งในรูปแบบ Vulnerability Assessment and Penetration Testing (VAPT) และการทดสอบเชิงลึกแบบ Manual Exploitation โดยทีมงานผสานความรู้ด้านเทคนิคเข้ากับพื้นฐานงาน IT Audit และ Governance, Risk & Compliance (GRC) เพื่อให้ผลการทดสอบไม่ใช่แค่รายการช่องโหว่ แต่เป็นข้อมูลที่ผู้บริหารนำไปตัดสินใจได้จริง

แนวโน้มความเสี่ยงระดับโลกที่ผู้บริหารต้องตระหนัก

  • ความรุนแรงของช่องโหว่เพิ่มเร็วกว่าจำนวน: ข้อมูลจากการวิเคราะห์ผลการทดสอบเจาะระบบหลายล้านรายการในปี 2025 พบว่าแม้ปริมาณช่องโหว่โดยรวมจะเพิ่มขึ้นมาก แต่สัดส่วนของช่องโหว่ระดับ Critical กลับเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยรวมหลายเท่าตัว สะท้อนว่าองค์กรที่วัดความเสี่ยงจาก “จำนวน” ช่องโหว่เพียงอย่างเดียวกำลังมองข้ามภาพที่แท้จริง
  • ผู้โจมตีเคลื่อนไหวเร็วกว่าการแพตช์: ในต้นปี 2026 หลายเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่ที่เพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะถูกนำไปใช้โจมตีจริงในเวลาอันสั้น และเทคนิคการโจมตีที่เน้นขโมยตัวตนผู้ใช้เพื่อหลบเลี่ยง MFA กำลังมาแทนที่การโจมตีแนวปริมณฑลแบบเดิม
  • Attack Surface กระจายไปนอกเครือข่ายองค์กร: ระบบสำคัญไม่ได้อยู่เฉพาะใน Data Center อีกต่อไป แต่กระจายอยู่บน Cloud, SaaS, Mobile Application และ API ทำให้การทดสอบต้องครอบคลุมมากกว่าการสแกนเครือข่ายแบบดั้งเดิม
  • แรงกดดันด้านกฎหมายเพิ่มขึ้น: พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำหนดโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท และหลายมาตรฐานสากล เช่น PCI DSS กำหนดให้ระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบัตรชำระเงินต้องผ่านการทดสอบเจาะระบบเป็นระยะ

ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับโลก (Global Standards Alignment)

เราออกแบบกระบวนการ ทดสอบระบบรักษาความปลอดภัย Cybersecurity โดยอ้างอิงจากกรอบมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อให้ผลการทดสอบตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และใช้ประกอบการตรวจสอบภายในหรือภายนอกได้จริง

  • OWASP Testing Guide / OWASP Top 10: แนวทางมาตรฐานสำหรับ web application penetration testing
  • PTES (Penetration Testing Execution Standard): กรอบการทำงานที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ Scoping จนถึง Reporting
  • NIST SP 800-115: แนวทางเทคนิคการทดสอบและประเมินความมั่นคงปลอดภัยของ NIST
  • รองรับการทำ Pentest ISO 27001: ผลการทดสอบสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบ Annex A ด้าน Vulnerability Management และ Technical Vulnerability Management ได้
  • รองรับ Penetration Test PDPA: ประเมินมาตรการความมั่นคงปลอดภัยของระบบที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (PII) ตามหลัก Security of Processing
  • รองรับ Pentest PCI DSS: ทดสอบระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบัตรชำระเงินตามข้อกำหนด Requirement 11.3

ปัญหาและอุปสรรคที่องค์กรมักเผชิญ (Why You Need This Service)

หากองค์กรของคุณยังไม่มีกระบวนการทดสอบเจาะระบบที่รัดกุม คุณอาจกำลังเผชิญความเสี่ยงเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว

  • รู้ผลช้าเกินไป (Blind Spot): ช่องโหว่ระดับ Critical มักถูกมองข้ามเพราะองค์กรพึ่งพาเครื่องมือสแกนอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เชิงตรรกะเพิ่มเติม
  • ทดสอบแล้วแต่ไม่ครอบคลุมจริง: หลายองค์กรทำแค่ Network Penetration Test แบบเดิม แต่ไม่เคยทดสอบ Web Application, Mobile Application หรือ API ที่เป็นช่องทางหลักที่ผู้โจมตีใช้ในปัจจุบัน
  • ไม่มีหลักฐานสำหรับผู้ตรวจสอบ: เมื่อผู้ตรวจสอบภายในหรือ Auditor ถาม องค์กรไม่มี รายงาน Pentest สำหรับ IT Audit ที่แสดงหลักฐานการทดสอบและการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
  • แก้ไขแล้วแต่ไม่ยืนยันผล: ทีมพัฒนาแก้ไขช่องโหว่ตามรายงาน แต่ไม่มีการทดสอบซ้ำ ทำให้ไม่มั่นใจว่าการแก้ไขนั้นสมบูรณ์จริง
  • เสี่ยงผิดเงื่อนไขสัญญาและกฎหมาย: คู่ค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มกำหนดให้ต้องแสดงหลักฐานการทดสอบเจาะระบบ หากไม่มีอาจกระทบต่อการต่อสัญญาหรือการรับรองมาตรฐาน

บริการของเรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง? (Our In-Depth Penetration Testing Services)

หมวดหมู่บริการ รายละเอียดและมาตรฐานที่อ้างอิง กิจกรรมหลักและผลลัพธ์ที่ส่งมอบ
1. Web Application Penetration Testing ทดสอบเว็บแอปพลิเคชันตามแนวทาง OWASP Top 10 ครอบคลุมช่องโหว่ทางเทคนิค เช่น SQL Injection, Broken Access Control, Security Misconfiguration และช่องโหว่เชิงตรรกะทางธุรกิจที่เครื่องมือสแกนอัตโนมัติมักตรวจไม่พบ
มาตรฐาน: OWASP Testing Guide, OWASP ASVS
🎯 ทดสอบแบบ Manual ร่วมกับเครื่องมืออัตโนมัติ, ทดสอบ Authentication และ Session Management
📦 รายงานช่องโหว่พร้อมหลักฐาน Proof of Concept และแนวทางแก้ไข
2. Mobile Application Penetration Testing ทดสอบแอปพลิเคชันมือถือทั้ง iOS และ Android ครอบคลุม Reverse Engineering, การจัดเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์ และการสื่อสารกับ Backend API
มาตรฐาน: OWASP MASTG
🎯 วิเคราะห์ Static/Dynamic Code, ทดสอบการเข้ารหัสข้อมูล, ทดสอบ API ที่แอปเรียกใช้
📦 รายงาน Mobile Application Pentest พร้อมระดับความรุนแรงตาม CVSS
3. Network Penetration Testing ทดสอบเครือข่ายทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงจำลอง Lateral Movement หากผู้โจมตีเจาะเข้ามาได้สำเร็จ
มาตรฐาน: NIST SP 800-115, PTES
🎯 Network Scanning, Service Enumeration, Exploitation, Privilege Escalation
📦 รายงาน Network Penetration Test พร้อม Attack Path Diagram
4. API Penetration Testing ทดสอบช่องโหว่เฉพาะของ API เช่น Broken Object Level Authorization, Rate Limit และการรั่วไหลข้อมูลผ่าน Response
มาตรฐาน: OWASP API Security Top 10
🎯 วิเคราะห์ API Specification, ทดสอบ Authorization ทุก Endpoint
📦 รายงานช่องโหว่ API พร้อมตัวอย่าง Request/Response ที่พิสูจน์ผล
5. Cloud Security Penetration Testing ตรวจสอบ IAM, Storage Configuration, Container และ Serverless Security ที่มักตั้งค่าผิดพลาด
มาตรฐาน: NIST SP 800-53, CSA Cloud Controls Matrix
🎯 ตรวจสอบ IAM Policy, ทดสอบการเข้าถึง Storage/Database
📦 รายงาน Cloud Security Pentest พร้อม Hardening Guideline
6. Compliance-Driven VAPT (PDPA/ISO 27001/PCI DSS) ผสาน VAPT เข้ากับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้รายงานใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบได้โดยตรง
มาตรฐาน: ISO/IEC 27001 Annex A, PCI DSS 11.3, PDPA มาตรา 37
🎯 จับคู่ Finding กับข้อกำหนดมาตรฐาน, จัดทำ Gap Analysis
📦 รายงาน Pentest สำหรับ IT Audit พร้อมใช้ประกอบการตรวจรับรอง

⚙️ กระบวนการทำงาน (Our Methodology)

ขั้นตอน กิจกรรมหลัก ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ
1. Scoping & Rules of Engagement กำหนดระบบเป้าหมาย ช่วงเวลา วิธีการที่อนุญาต และจุดติดต่อฉุกเฉิน เอกสารขอบเขตงานที่ลูกค้ารับทราบและอนุมัติ
2. Reconnaissance รวบรวมข้อมูลระบบเป้าหมาย ภาพรวม Attack Surface
3. Vulnerability Identification เครื่องมืออัตโนมัติ + วิเคราะห์ Manual รายการช่องโหว่เบื้องต้น
4. Exploitation พิสูจน์ผลกระทบจริงภายใต้ขอบเขตที่กำหนด หลักฐาน Proof of Concept
5. Reporting จัดลำดับความรุนแรงตาม CVSS พร้อมแปลผลเชิงธุรกิจ รายงานเทคนิค + Executive Summary
6. Retest & Closure ทดสอบซ้ำหลังแก้ไข รายงานยืนยันผลการแก้ไข

ค่าบริการ Pentest ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง

ราคา Penetration Test ของแต่ละโครงการไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ท่านประเมินงบประมาณได้อย่างเป็นธรรม

  • ขอบเขตและจำนวนเป้าหมาย: จำนวน IP, Domain, Endpoint ของ API หรือหน้าจอในแอปพลิเคชันที่ต้องทดสอบ
  • ความซับซ้อนของระบบ: ระบบที่มี Business Logic ซับซ้อนหรือเชื่อมต่อหลายระบบต้องใช้เวลามากกว่า
  • รูปแบบการทดสอบ: Black Box, Grey Box หรือ White Box แต่ละแบบใช้เวลาและข้อมูลนำเข้าต่างกัน
  • ขอบเขตการทดสอบซ้ำ: จำนวนรอบ Retest ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ
  • ระดับความเร่งด่วน: โครงการที่ต้องการผลเร่งด่วนเพื่อรองรับ Audit หรือ Compliance Deadline อาจมีต้นทุนเพิ่มเติม

หากท่านต้องการทราบ ค่าบริการ Pentest ที่เหมาะกับระบบของท่านโดยเฉพาะ แนะนำให้ติดต่อทีมงานเพื่อขอใบเสนอราคาตามขอบเขตจริง

ทำไมควรเลือก Inventsys เป็นบริษัท Pentest ที่ดูแลระบบของคุณ

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหา บริษัท pentest หรือกำลังพิจารณา จ้าง pentest ครั้งแรก สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่คือความชัดเจนของกระบวนการทำงาน ทีมงานของเรายึดหลักการทำงานดังนี้ในทุกโครงการที่ รับทำ Penetration Test

  • ยึดกรอบมาตรฐานสากลเป็นแนวทาง: อ้างอิง OWASP, PTES และ NIST SP 800-115 เพื่อให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอและตรวจสอบได้
  • กำหนดขอบเขตและกฎการทดสอบที่ชัดเจนก่อนเริ่มงานทุกครั้ง: เพื่อควบคุมความเสี่ยงต่อระบบ Production
  • เชื่อมโยงผลการทดสอบกับความเสี่ยงทางธุรกิจ: ด้วยพื้นฐานด้าน IT Audit และ GRC รายงานจึงแปลผลเป็นผลกระทบทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่รายการช่องโหว่
  • ทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันผลการแก้ไข: ติดตามจนกว่าช่องโหว่จะถูกปิดจริง ไม่ใช่ส่งรายงานแล้วจบ
  • โปร่งใสเรื่องขอบเขตความสามารถ: หากโครงการต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพิ่มเติม เราแจ้งตรงไปตรงมาตั้งแต่ขั้นตอนประเมินขอบเขตงาน

บทสรุปและตัวชี้วัดสำคัญสำหรับผู้บริหาร

ตัวชี้วัดที่คณะกรรมการควรติดตามหลังเริ่มโครงการ Vulnerability Assessment and Penetration Testing

  • Critical & High Findings: จำนวนช่องโหว่ระดับวิกฤตในแต่ละรอบ และแนวโน้มเทียบรอบก่อนหน้า
  • Remediation SLA Compliance: สัดส่วนช่องโหว่ที่แก้ไขภายในกรอบเวลาตามระดับความรุนแรง
  • Retest Pass Rate: สัดส่วนช่องโหว่ที่ยืนยันปิดสำเร็จหลังทดสอบซ้ำ
  • Coverage of Critical Assets: สัดส่วนระบบสำคัญที่ทดสอบแล้วในรอบปี
  • Compliance Readiness: ความพร้อมของหลักฐานสำหรับ ISO 27001, PCI DSS หรือ PDPA

4 คำถามสำคัญที่ผู้บริหารควรถามตนเองในวันนี้:

  1. องค์กรทราบหรือไม่ว่าเว็บแอป มือถือ หรือ API ใดที่เปิดให้บริการอยู่ ยังไม่เคยผ่านการทดสอบเจาะระบบเลย
  2. หากผู้ตรวจสอบขอดูรายงาน Penetration Test ล่าสุด องค์กรมีเอกสารพร้อมแสดงทันทีหรือไม่
  3. ช่องโหว่ที่พบครั้งก่อน ได้รับการแก้ไขและทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันผลแล้วหรือยัง
  4. เมื่อพัฒนาระบบใหม่หรือเปิด Cloud Service ใหม่ มีการทดสอบเจาะระบบก่อนเปิดใช้งานจริงหรือไม่

📞 ปกป้องระบบและข้อมูลของคุณ ก่อนที่ช่องโหว่จะถูกใช้โจมตีจริง

ระบบที่ไม่เคยถูกทดสอบ คือความเสี่ยงที่รอวันปะทุ บริการ Penetration Test จาก Inventsys ช่วยให้องค์กรของคุณเห็นช่องโหว่ที่แท้จริง จัดลำดับความสำคัญของการแก้ไขได้อย่างมีเหตุผล และมีหลักฐานพร้อมสำหรับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล

ติดต่อขอรับใบเสนอราคา (Quotation) หรือข้อเสนอบริการ (Service Proposal)

สำหรับบริการด้าน Penetration Test, IT Audit, Cybersecurity, Governance, Risk & Compliance (GRC):
อีเมล: Sale@inventsysgroup.com
โทรศัพท์: 06-6036-4426, 080-935-4426

บริการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค (Technical Expert Consultation)
อีเมล: Support@inventsysgroup.com
โทรศัพท์: 080-935-4426

Scroll to Top