บริการพัฒนาความพร้อมในการรับมือและฟื้นฟูจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(Cyber Resilience and Incident Recovery Readiness Service)
“ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ ไม่ได้วัดที่ความสามารถในการป้องกันการโจมตีได้ 100% แต่วัดที่ ‘ความเร็ว’ ในการลุกขึ้นยืนใหม่หลังจากถูกโจมตีต่างหาก” (Executive Briefing)
ในยุคที่กลุ่มแฮกเกอร์ทำงานเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีเครื่องมือทรงพลัง คำถามสำหรับบอร์ดบริหารจึงไม่ใช่คำถามที่ว่า “เราจะถูกโจมตีหรือไม่?” แต่อยู่ที่ “เมื่อระบบของเราถูกทะลวงสำเร็จ เราจะใช้เวลากี่นาทีในการตรวจพบ ใช้เวลากี่ชั่วโมงในการระงับความเสียหาย และใช้เวลากี่วันในการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเป็นปกติ?”
ความจริงที่โหดร้ายคือ องค์กรส่วนใหญ่มุ่งเน้นงบประมาณไปที่ “การป้องกัน (Protection)” แต่กลับละเลย “การรับมือและฟื้นฟู (Response & Recovery)” เมื่อวิกฤตมาเยือน ไม่ว่าจะเป็น Ransomware ล็อกระบบ หรือ Data Breach ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล ทีมงานมักเกิดความสับสน ตัดสินใจผิดพลาด ทำลายหลักฐานทางดิจิทัลโดยไม่รู้ตัว และที่เลวร้ายที่สุดคือ ไม่สามารถแจ้งเหตุต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้ทันภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งนำไปสู่ความผิดทางกฎหมาย
บริการ Cyber Resilience and Incident Recovery Readiness ของ Inventsys คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันระดับองค์กร” เราช่วยคุณพัฒนากระบวนการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินตลอดวงจรชีวิต (Lifecycle) ตั้งแต่ Preparation, Detection, Containment, Recovery จนถึง Lessons Learned โดยผสานมิติของ “คน (People), กระบวนการ (Process) และเทคโนโลยี (Technology)” เข้าด้วยกัน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อพายุไซเบอร์พัดมา องค์กรของคุณจะสามารถต้านทาน ระงับเหตุ และฟื้นตัวกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งและสง่างาม
ยกระดับการรับมือวิกฤตด้วยกรอบมาตรฐานระดับโลก (Global Standards Alignment)
เราออกแบบกระบวนการรับมือและฟื้นฟูโดยยึดโยงกับมาตรฐานที่ดีที่สุดของโลก เพื่อให้ผู้บริหารมั่นใจว่าระบบการจัดการวิกฤตขององค์กรเป็นที่ยอมรับในระดับสากล:
-
NIST SP 800-61 Rev. 2: คัมภีร์มาตรฐานระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยแนวทางการจัดการเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ (Computer Security Incident Handling Guide)
-
ISO/IEC 27035: มาตรฐานสากลเพื่อการบริหารจัดการเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างเป็นระบบ
-
NIST CSF 2.0 (Respond & Recover): กรอบการทำงานหลักฟังก์ชันการ “ตอบสนอง” และ “ฟื้นฟู” เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ทางไซเบอร์
-
PDPA (มาตรา 37): กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่บังคับใช้เรื่อง Data Breach Notification ภายใน 72 ชั่วโมง
-
CISA Incident Response Playbooks: แนวทางมาตรฐานขั้นสูงสำหรับการรับมือภัยคุกคามและ Ransomware จากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
ปัญหาและอุปสรรคที่องค์กรมักเผชิญ (Why You Need This Service)
หากองค์กรของคุณไม่มีกระบวนการรับมือที่เป็นระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง คุณจะพบกับหายนะที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว:
-
แผน IR บนกระดาษที่ไม่เคยซ้อม (Untested IR Plans): มีเอกสารแผนรับมือเหตุการณ์ (Incident Response Plan) แต่อยู่ในตู้ เมื่อเกิดเหตุจริง พนักงานไม่รู้ว่าต้องเปิดอ่านหน้าไหน ไม่รู้ว่าใครมีอำนาจสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์หลัก ทำให้ผู้โจมตีมีเวลาฝังตัวนานขึ้น
-
ทำลายหลักฐานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (Destroying Digital Forensics): เมื่อเซิร์ฟเวอร์โดนแฮก ทีม IT มักรีบ Restart เครื่อง หรือสั่ง Restore Backup ทันที ซึ่งนั่นคือการ “ลบหลักฐาน” บน RAM ทำให้สืบสวนหาสาเหตุไม่ได้ และอาจทำให้บริษัทประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance) ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
-
ละเมิดกฎหมาย PDPA (72-Hour PDPA Violation): การไม่มีกระบวนการคัดกรองว่าเหตุการณ์ใดถือเป็น Data Breach ที่ต้องแจ้งเตือน ทำให้องค์กรพลาดเส้นตาย 72 ชั่วโมง เสี่ยงต่อค่าปรับระดับประเมินค่าไม่ได้
-
วิกฤตการสื่อสาร (Crisis Communication Failures): การให้สัมภาษณ์สื่อหรือประกาศเตือนลูกค้าที่ผิดพลาด ลนลาน หรือปกปิดข้อมูลในโซเชียลมีเดีย สามารถทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาหลายสิบปีได้ภายในข้ามคืน
-
ขาดคู่มือรับมือเฉพาะเรื่อง (No Scenario-based Playbooks): ทีมรับมือภัยคุกคามไม่รู้ว่ากระบวนการจัดการ Ransomware แตกต่างจากการจัดการกรณีพนักงานในองค์กรขโมยข้อมูล (Insider Threat) อย่างไร ทำให้แก้ปัญหาผิดจุด
บริการของเรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง? (Our In-Depth Cyber Resilience Services)
เราส่งมอบบริการที่ลงลึกในทุกขั้นตอนของวิกฤต ตั้งแต่การเตรียมพร้อม การซักซ้อม ไปจนถึงการสื่อสาร เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ “เด้งกลับ (Bounce Back)” อย่างรวดเร็ว
| หมวดหมู่บริการ(Service Area) | รายละเอียดและมาตรฐานที่อ้างอิงเชิงลึก(In-Depth Details & Frameworks) | กิจกรรมหลักและผลลัพธ์ที่ส่งมอบ(Key Activities & Outcomes) |
|
1. การประเมินความพร้อมและขีดความสามารถในการรับมือ (Cyber Resilience Assessment) |
รายละเอียดเชิงลึก: ก้าวแรกคือการทำ “X-Ray องค์กร” เพื่อดูว่าหากคืนนี้ระบบถูกโจมตี คุณพร้อมรับมือระดับใด บริการนี้ประเมินครบทั้ง 3 แกนหลัก: People (ทีมงานมีความรู้และมีอำนาจตัดสินใจหรือไม่), Process (มีกระบวนการตรวจจับ แจ้งเตือน และกักกันที่ชัดเจนหรือไม่) และ Technology (มีเครื่องมือที่เก็บ Log เพียงพอสำหรับทำ Forensics หรือไม่) มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • NIST CSF 2.0 (Respond & Recover Profiles): เทียบเคียงขีดความสามารถปัจจุบันกับการตอบสนองต่อเหตุการณ์ตามมาตรฐาน • ISO/IEC 27035-1: ประเมินหลักการและกระบวนการบริหารเหตุการณ์เบื้องต้น ตัวอย่างความสำเร็จ (Use Case): สถาบันการเงินแห่งหนึ่งเชื่อว่าระบบพร้อม แต่เราประเมินพบว่า “กระบวนการอนุมัติการตัดอินเทอร์เน็ตของสาขา” ต้องรอ C-Level เซ็นอนุมัติ ซึ่งใช้เวลาข้ามวัน เราช่วยปรับกระบวนการให้ทีม Security มีอำนาจกักกัน (Contain) เครื่องที่ติดมัลแวร์ได้ทันที ลดเวลาความเสียหายจากหลักวันเหลือเพียง 15 นาที |
• ทบทวนเอกสาร นโยบาย และโครงสร้างทีม Incident Response (IRT) • วิเคราะห์เทคโนโลยีและกระบวนการจัดการ Security Incidents
• รายงานการประเมินความพร้อม (Cyber Resilience Maturity Report) • แผนงานยกระดับที่จัดลำดับความสำคัญ (Priority Improvement Plan) |
|
2. การจัดทำแผนรับมือและคู่มือปฏิบัติการเฉพาะภัยคุกคาม (IR Plan & Playbook Development) |
รายละเอียดเชิงลึก: เลิกใช้แผนรับมือแบบครอบจักรวาล เราช่วยออกแบบแผนรับมือระดับองค์กร (IR Plan) ที่กำหนดโครงสร้างทีมและอำนาจหน้าที่ พร้อมจัดทำคู่มือปฏิบัติการแบบเจาะจง (Scenario-based Playbooks) ที่บอก Step-by-Step ระดับเทคนิคว่า 5 นาทีแรก 1 ชั่วโมงแรก และ 24 ชั่วโมงแรก ทีมงานต้องทำคำสั่งอะไรบ้าง มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • NIST SP 800-61 Rev. 2: อ้างอิงวงจรการรับมือเหตุการณ์ 4 ขั้นตอน: Preparation -> Detection & Analysis -> Containment, Eradication, & Recovery -> Post-Incident Activity • CISA Playbooks: ประยุกต์ใช้คู่มือมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐฯ มาปรับใช้กับบริบทองค์กร ตัวอย่างความสำเร็จ (Use Case): องค์กรผลิตสื่อมีปัญหาเว็บไซต์โดนยิง DDoS เป็นประจำ เราจัดทำ DDoS Playbook ร่วมกับผู้ให้บริการ ISP และ Cloud WAF ทำให้ทีมงานรู้ทันทีว่าต้องปรับ Routing Policy และ Block IP อย่างไรภายใน 5 นาทีแรก |
• จัดทำผังสายการบังคับบัญชา (Command & Control Center) • พัฒนา Playbook เฉพาะเรื่อง: Ransomware, Data Breach, DDoS, Phishing, Insider Threat
• เล่มแผนรับมือเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Comprehensive IR Plan) • ชุดคู่มือปฏิบัติการเฉพาะภัยคุกคาม (IR Playbook Set) |
|
3. การซักซ้อมแผนรับมือสถานการณ์จำลองบนโต๊ะ (Tabletop Exercise – TTX) |
รายละเอียดเชิงลึก: แผนที่ดีที่สุดคือแผนที่ถูกทดสอบความกดดัน (Stress-tested) บริการนี้คือการจำลองสถานการณ์วิกฤตเสมือนจริงให้บอร์ดบริหาร C-Level และทีมปฏิบัติการมาร่วมตัดสินใจบนสถานการณ์จำลอง (เช่น “มีคนปล่อยข้อมูลลูกค้าใน Dark Web และทักมาขู่เรียกค่าไถ่”) เพื่อค้นหาช่องโหว่ของการสื่อสาร การประสานงาน และการตัดสินใจเชิงธุรกิจ มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • NIST SP 800-84 (Guide to Test, Training, and Exercise Programs): แนวทางการจัดทำระบบจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินความพร้อมทางไซเบอร์ ตัวอย่างความสำเร็จ (Use Case): ระหว่างซ้อม Tabletop ผู้บริหารพบความจริงว่าองค์กร “ไม่มีคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) สำรอง” และ “ไม่มีใครรู้วิธีเจรจากับแฮกเกอร์” หากจำเป็นต้องจ่ายค่าไถ่จริงๆ นำไปสู่การวางนโยบายที่รัดกุมขึ้น |
• ออกแบบบทจำลองสถานการณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะธุรกิจของคุณ (Tailored Scenarios) • เป็นผู้นำการฝึกซ้อม (Facilitator) และตั้งคำถามกระตุ้นการตัดสินใจ (Injects)
• รายงานผลการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง (Tabletop Exercise Report) • รายการช่องโหว่ที่พบและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแผน (Gap Findings & Recommendations) |
|
4. ความพร้อมด้านการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Breach Notification Readiness) |
รายละเอียดเชิงลึก: มาตรา 37 ของ PDPA คือ “นาฬิกาจับเวลา 72 ชั่วโมง” ที่มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูง บริการนี้ช่วยวาง Workflow ประสานงานระหว่าง CISO, Data Protection Officer (DPO), และฝ่ายกฎหมาย เราออกแบบกระบวนการคัดกรอง (Triage) ว่าเหตุการณ์ใดคือความเสี่ยงสูงที่ต้องแจ้ง PDPC เหตุใดต้องแจ้งลูกค้า และเหตุใดไม่ต้องแจ้ง เพื่อลดการสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ม.37: ข้อกำหนดการแจ้งเหตุละเมิด • EDPB Guidelines on Data Breach Notification: แนวปฏิบัติตามมาตรฐาน GDPR ของยุโรปในการประเมินความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล |
• สร้างตารางเมทริกซ์ประเมินความรุนแรงของข้อมูลรั่วไหล (Breach Severity Matrix) • ร่างแบบฟอร์มการแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลและเจ้าของข้อมูล
• กระบวนการประเมินและแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล (PDPA Breach Workflow) • ชุดเครื่องมือและแบบฟอร์มการแจ้งเหตุ (Breach Notification Toolkit) |
|
5. ความพร้อมด้านนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล (Digital Forensics Readiness) |
รายละเอียดเชิงลึก: การสืบสวนหาต้นตอ (Root Cause Analysis) และการเคลม Cyber Insurance ต้องอาศัยพยานหลักฐานดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เราช่วยวางระเบียบปฏิบัติในการจัดเก็บหลักฐาน (Log Preservation) กระบวนการดึงข้อมูลจาก RAM โดยไม่ทำลายข้อมูล (Volatility Forensics) และการทำห่วงโซ่การครอบครองวัตถุพยาน (Chain of Custody) เพื่อป้องกันการโต้แย้งในชั้นศาล มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • ISO/IEC 27037: แนวปฏิบัติในการระบุ รวบรวม จัดหา และรักษาสภาพหลักฐานทางดิจิทัล (Guidelines for identification, collection, acquisition, and preservation of digital evidence) |
• ออกแบบนโยบายการเก็บรักษา Log (Log Retention Policy) สำหรับระบบสำคัญ • อบรมหลักการตอบสนองขั้นแรก (First Responder) โดยไม่ทำลายหลักฐาน
• คู่มือการเก็บรักษาหลักฐานทางดิจิทัลเบื้องต้น (Digital Forensics Procedure) • แบบฟอร์ม Chain of Custody |
|
6. แผนการสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication Planning) |
รายละเอียดเชิงลึก: “วิกฤตศรัทธา น่ากลัวกว่าวิกฤตไซเบอร์” บริการนี้ช่วยฝั่ง PR และผู้บริหารระดับสูง วางแผนการสื่อสาร (ทั้งภายในและภายนอก) เมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลหรือระบบล่ม เราเตรียม Holding Statements ล่วงหน้า เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมทิศทางข่าวได้รวดเร็ว ป้องกันข่าวลือ และแสดงความโปร่งใสรับผิดชอบต่อสาธารณชน มาตรฐานอ้างอิงเชิงลึก: • ISO 22361 (Crisis Management): แนวปฏิบัติในการบริหารจัดการภาวะวิกฤต ครอบคลุมกลยุทธ์การสื่อสารและการรักษาความเชื่อมั่นของ Stakeholder |
• กำหนดบทบาทโฆษกองค์กร (Spokesperson) และกรอบการให้สัมภาษณ์สื่อ • ร่างแถลงการณ์ฉบับร่าง (Holding Statements) สำหรับช่องทาง Social Media, PR, และ Internal Email
• แผนการสื่อสารภาวะวิกฤตไซเบอร์ (Crisis Communication Plan) • คู่มือสำหรับโฆษกและทีมประชาสัมพันธ์ |
กระบวนการทำงาน (Our Methodology)
กระบวนการของเราเน้นการมีส่วนร่วมและถ่ายทอดทักษะ เพื่อให้ทีมงานของคุณมีความมั่นใจและพร้อมเผชิญหน้ากับความกดดันได้จริงเมื่อเกิดวิกฤต
| ขั้นตอนที่ | กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ | ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ |
| 1. Resilience Assessment | ประเมินความพร้อมปัจจุบันในทุกมิติ ทบทวน IR Plan ที่มีอยู่ สัมภาษณ์ทีมงานผู้ปฏิบัติและผู้บริหารเพื่อวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) ด้านคน กระบวนการ และเทคโนโลยี | รายงานผลการประเมินความพร้อมทางไซเบอร์ (Cyber Resilience Assessment Report) |
| 2. Plan & Playbook Development | รื้อโครงสร้างและจัดทำแผน IR Plan ฉบับใหม่ พร้อมพัฒนา Playbook เฉพาะทางแบบ Step-by-step สำหรับเหตุการณ์วิกฤตทุกรูปแบบ | แผนรับมือและชุดคู่มือปฏิบัติการ (IR Plan & Playbook Set) |
| 3. Tabletop Exercise Design & Execution | ออกแบบสถานการณ์จำลองที่ปรับแต่งเฉพาะอุตสาหกรรม และดำเนินการซ้อมแผน (Tabletop) ร่วมกับผู้บริหาร, ทีม IT, และ Legal/PR | รายงานผลการฝึกซ้อมและระบุข้อบกพร่อง (Exercise Report & Gap Findings) |
| 4. Notification & Forensics Readiness | พัฒนากระบวนการประสานงาน PDPA Notification, ออกแบบแบบฟอร์มการแจ้งเตือน, และกำหนดขั้นตอนการเก็บรักษาหลักฐานทางดิจิทัล | ชุดเครื่องมือแจ้งเหตุละเมิดและคู่มือหลักฐาน (Notification Toolkit & Forensics Procedure) |
| 5. Training & Knowledge Transfer | จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ทีม Incident Response (IRT) และ Crisis Management Team เพื่อให้เข้าใจบทบาทหน้าที่อย่างกระจ่างแจ้ง | ทีมงานที่มีความตระหนักรู้และพร้อมปฏิบัติการจริงเมื่อวิกฤตมาเยือน |
| 6. Periodic Review & Re-exercise | (ดำเนินการต่อเนื่องประจำปี) ทบทวนและอัปเดต IR Plan ให้ทันต่อรูปแบบภัยคุกคามใหม่ๆ พร้อมจัด Tabletop Exercise ประจำปีเพื่อรักษาความพร้อม | ขีดความสามารถการรับมือที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน (Continuous IR Capability) |
บทสรุปและตัวชี้วัดสำคัญสำหรับผู้บริหาร (Executive Insights & Metrics)
ตัวชี้วัดความสำเร็จที่คณะกรรมการ (Board) และผู้บริหารควรติดตาม:
-
Mean Time to Detect (MTTD): เวลาเฉลี่ยตั้งแต่ผู้โจมตีเจาะระบบสำเร็จ จนถึงเวลาที่องค์กรตรวจพบความผิดปกติ
-
Mean Time to Contain (MTTC): เวลาเฉลี่ยตั้งแต่ตรวจพบเหตุการณ์ จนถึงเวลาที่สามารถควบคุมหรือกักกันความเสียหายได้สำเร็จ
-
PDPA Notification Readiness Time: ระยะเวลาที่ใช้ประเมินและรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมส่งแจ้งเตือน PDPC (ต้องวัดผลว่าทำได้ภายใต้ 72 ชั่วโมง)
-
Playbook Coverage Rate: สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของภัยคุกคามหลัก (เช่น Ransomware, DDoS) ที่มี Playbook คู่มือรองรับเฉพาะเรื่อง
-
Tabletop Exercise Score: ผลการประเมินความพร้อมและประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของทีมบริหารวิกฤต จากการซ้อมแผนประจำปี
4 คำถามสำคัญ ที่คณะกรรมการและผู้บริหารควรถามตนเองในวันนี้:
-
หากเช้าวันจันทร์ระบบขององค์กรถูก Ransomware ล็อกข้อมูลทั้งหมด ทีมผู้บริหารและ IT ทราบ “ขั้นตอนที่ต้องทำภายในชั่วโมงแรก” ทันทีโดยไม่ต้องประชุมหารือหรือไม่?
-
IR Plan ที่บริษัทของคุณใช้อยู่ล่าสุด ได้รับการนำมาฝึกซ้อมแบบจำลองสถานการณ์ (Tabletop Exercise) เพื่อหาช่องโหว่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่?
-
หากมีข้อมูลลูกค้ารั่วไหล (Data Breach) องค์กรมีกระบวนการและแบบฟอร์มที่พร้อมส่งแจ้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ทันทีภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมงหรือไม่?
-
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร (C-Level) ทราบกระบวนการ และกฎระเบียบในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน (Crisis Communication) เพื่อป้องกันการสื่อสารผิดพลาดระหว่างเกิดวิกฤตแล้วหรือยัง?
เตรียมความพร้อมให้เหนือกว่าผู้โจมตี พลิกวิกฤตให้เป็นความเชื่อมั่น
ความพ่ายแพ้ในโลกไซเบอร์ไม่ได้อยู่ที่การถูกเจาะระบบ แต่อยู่ที่ความไร้ความสามารถในการฟื้นฟู บริการ Cyber Resilience and Incident Recovery Readiness Service ของ InventSys ช่วยยกระดับองค์กรของคุณให้พร้อมเผชิญหน้ากับพายุไซเบอร์อย่างมืออาชีพ ลดความเสียหาย ปกป้องชื่อเสียง และสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นว่าธุรกิจของคุณจะสามารถ ‘Bounce Back’ กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม
ติดต่อขอรับใบเสนอราคา (Quotation) หรือข้อเสนอบริการ (Service Proposal)
สำหรับบริการด้าน IT Audit, Cybersecurity, Governance, Risk & Compliance (GRC) หรือประเด็นที่เกี่ยวข้อง:
-
อีเมล: Sale@inventsysgroup.com
-
โทรศัพท์: 06-6036-4426, 080-935-4426
บริการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค (Technical Expert Consultation)
หากต้องการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Audit, Cybersecurity หรือ GRC โดยตรง:
-
อีเมล: Support@inventsysgroup.com
-
โทรศัพท์: 080-935-4426
