บริการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing / Pentest Service)
ในยุคที่ธุรกิจทุกประเภทเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนมือถือ API เครือข่าย WiFi และระบบหลังบ้าน ทุกจุดเชื่อมต่อคือประตูที่ผู้โจมตีพยายามเปิดอยู่ตลอดเวลา หลายองค์กรลงทุนกับไฟร์วอลล์และระบบป้องกันจำนวนมาก แต่ไม่เคยทดสอบว่าระบบเหล่านั้น “ต้านทานการโจมตีจริงได้หรือไม่” ช่องโหว่ที่ไม่มีใครรู้จึงซ่อนอยู่ในระบบได้นานหลายปี จนวันหนึ่งกลายเป็นเหตุข้อมูลรั่วไหล ระบบหยุดชะงัก หรือถูกเรียกค่าไถ่ด้วย Ransomware
เมื่อช่องโหว่ถูกพบโดยผู้โจมตีก่อน ความเสียหายไม่ได้จบแค่ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ แต่รวมถึงโทษตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความเชื่อมั่นของลูกค้า และชื่อเสียงขององค์กร
คำถามสำคัญที่ผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ต้องเผชิญไม่ได้อยู่ที่ “เรามีระบบป้องกันอะไรบ้าง?” แต่อยู่ที่ “ถ้าผู้โจมตีตัวจริงลงมือวันนี้ เขาจะเข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้าง? ช่องโหว่ใดที่ต้องแก้ไขก่อน? และเรามีหลักฐานที่แสดงต่อผู้ตรวจสอบและหน่วยงานกำกับได้หรือไม่ว่าระบบสำคัญได้รับการทดสอบเจาะระบบอย่างเป็นอิสระแล้ว?”
นี่คือจุดที่ บริการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing Service) ของเราเข้ามามีบทบาทสำคัญ การทดสอบเจาะระบบ หรือ Pentest คือการจำลองการโจมตีเสมือนผู้โจมตีจริงอย่างมีการควบคุม ทีม Pentester ของเราทดสอบทั้งด้วยผู้เชี่ยวชาญ (Manual Testing) และเครื่องมืออัตโนมัติ เพื่อค้นหาช่องโหว่ที่ยังไม่มีใครรู้ พิสูจน์ว่าช่องโหว่นั้นถูกใช้โจมตีได้จริง ประเมินผลกระทบทางธุรกิจ และส่งมอบแนวทางแก้ไขที่ทีม IT นำไปปฏิบัติได้ทันที พร้อมทดสอบซ้ำ (Retest) หลังการแก้ไข เพื่อยืนยันว่าช่องโหว่ถูกปิดแล้วจริง ครอบคลุมตั้งแต่ Web Pentest, Mobile Pentest, Network และ Windows / Active Directory Pentest ไปจนถึง Pentest WiFi และอุปกรณ์ IoT
ทดสอบเจาะระบบตามมาตรฐานสากลที่ผู้ตรวจสอบยอมรับ (Alignment with Global Standards)
การทดสอบเจาะระบบที่น่าเชื่อถือต้องมีวิธีการที่ชัดเจน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และให้ผลที่เปรียบเทียบได้ในแต่ละปี บริการ Penetration Testing ของเราอ้างอิงมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และหน่วยงานกำกับดูแล มั่นใจในผลการทดสอบ และใช้ผล Pentest ประกอบการตรวจสอบ (Pentest Audit) ได้ทันที:
- OWASP Top 10, OWASP WSTG & OWASP MASTG: มาตรฐานการทำ Web Pentest, API Pentest และ Mobile Pentest ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก
- NIST SP 800-115 (Technical Guide to Information Security Testing and Assessment): แนวทางการวางแผน ดำเนินการ และรายงานผลการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยเชิงเทคนิค
- OSSTMM (Open Source Security Testing Methodology Manual): ระเบียบวิธีการทดสอบความปลอดภัยที่วัดผลได้อย่างเป็นระบบ
- PCI DSS v4.0 (Requirement 11.4): Pentest PCI DSS สำหรับองค์กรที่จัดเก็บ ประมวลผล หรือรับส่งข้อมูลบัตรชำระเงิน ทั้งการทดสอบจากภายนอกและภายในเครือข่าย
- CVSS (Common Vulnerability Scoring System) & OWASP Risk Rating: เกณฑ์การจัดระดับความรุนแรงของช่องโหว่ เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขอย่างเป็นกลาง
- ISO/IEC 27001:2022 และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับ: รองรับการบริหารจัดการช่องโหว่ทางเทคนิค (Annex A 8.8) และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานกำกับ เช่น คปภ. ธปท. และ ก.ล.ต.
บริการทดสอบเจาะระบบของเรา ประกอบด้วยอะไรบ้าง? (Our Penetration Testing Services)
ผู้โจมตีไม่ได้เลือกโจมตีเฉพาะจุดที่องค์กรเตรียมป้องกันไว้ บริการ Pentest ของเราจึงครอบคลุมพื้นผิวการโจมตี (Attack Surface) ทั้งหมดขององค์กรใน 5 กลุ่มบริการหลัก โดยเลือกได้ตามความเสี่ยงและงบประมาณ
| หมวดหมู่บริการ (Service Area) | รายละเอียดและมาตรฐานที่อ้างอิง (Details & Frameworks) | กิจกรรมหลักและผลลัพธ์ที่ส่งมอบ (Key Activities & Outcomes) |
|---|---|---|
1. ทดสอบเจาะระบบเครือข่าย Windows และ Active Directory (Network, Windows & AD Pentest) | รายละเอียด: ทดสอบทั้งจากภายนอก (External Pentest) เสมือนผู้โจมตีบนอินเทอร์เน็ต และจากภายใน (Internal Pentest) เสมือนพนักงานหรือผู้บุกรุกที่เข้ามาในเครือข่ายแล้ว ครอบคลุม Server, Virtual Machine, เครื่อง Windows, Active Directory และบริการเครือข่ายสำคัญ มาตรฐานอ้างอิง: | 🎯 กิจกรรมหลัก: 📦 ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ: |
2. ทดสอบเจาะระบบเว็บไซต์ เว็บแอปพลิเคชัน และ API (Web Pentest / Pentest Web Application & API) | รายละเอียด: เว็บไซต์ ระบบงานออนไลน์ และ API คือช่องทางที่ถูกโจมตีบ่อยที่สุด ทีม Pentester Web ของเราทำ Site Pentest ทั้งช่องโหว่ทางเทคนิคและช่องโหว่เชิงตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) ที่เครื่องมืออัตโนมัติตรวจไม่พบ มาตรฐานอ้างอิง: | 🎯 กิจกรรมหลัก: 📦 ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ: |
3. ทดสอบเจาะระบบแอปพลิเคชันบนมือถือ (Mobile Application Pentest – iOS / Android) | รายละเอียด: แอปพลิเคชันบนมือถือมักเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในเครื่องและเชื่อมต่อกับ API หลังบ้านโดยตรง เราทดสอบทั้งตัวแอปพลิเคชัน การจัดเก็บข้อมูล และการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ มาตรฐานอ้างอิง: | 🎯 กิจกรรมหลัก: 📦 ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ: |
4. ทดสอบเจาะระบบ WiFi อุปกรณ์ความปลอดภัย ATM และ IoT (Pentest WiFi, Security Device, ATM & IoT) | รายละเอียด: เครือข่ายไร้สาย อุปกรณ์ความปลอดภัย และอุปกรณ์ปลายทางอย่าง ATM และ IoT มักเป็นจุดที่ถูกมองข้าม แต่เป็นทางเข้าสู่เครือข่ายภายในได้โดยตรง มาตรฐานอ้างอิง: | 🎯 กิจกรรมหลัก: 📦 ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ: |
5. ประเมินช่องโหว่ ทดสอบซ้ำ และรายงานเพื่อการตรวจสอบ (Vulnerability Assessment, Retest & Pentest Audit Report) | รายละเอียด: ตรวจหาช่องโหว่ที่รู้จักแล้วอย่างกว้างขวางด้วยเครื่องมือมาตรฐานอุตสาหกรรม ทดสอบซ้ำหลังองค์กรแก้ไข และจัดทำรายงานที่ใช้ประกอบการตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชี และหน่วยงานกำกับ แนะนำให้ดำเนินการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง มาตรฐานอ้างอิง: | 🎯 กิจกรรมหลัก: 📦 ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ: |
รูปแบบการทดสอบเจาะระบบ: Pentest Black Box, Grey Box และ White Box
องค์กรเลือกรูปแบบการทดสอบเจาะระบบได้ตามวัตถุประสงค์ และทดสอบได้ทั้งจากภายนอก (External) และภายใน (Internal) เครือข่าย
| รูปแบบ | ข้อมูลที่ผู้ทดสอบได้รับ | สถานการณ์ที่จำลอง |
|---|---|---|
| Pentest Black Box | ไม่ได้รับข้อมูลใดล่วงหน้า ทั้งโครงสร้างระบบ ซอร์สโค้ด และบัญชีผู้ใช้ | ผู้โจมตีจากภายนอกที่ไม่รู้จักระบบมาก่อน |
| Pentest Grey Box | ได้รับข้อมูลบางส่วน เช่น บัญชีผู้ใช้ทั่วไป หรือแผนภาพสถาปัตยกรรมระบบ | ผู้ใช้งานที่มีบัญชีในระบบ หรือผู้โจมตีที่ได้ข้อมูลบางส่วนแล้ว ทดสอบได้ทั้งจากภายในและภายนอก |
| Pentest White Box | ได้รับข้อมูลครบถ้วน ทั้งบัญชีผู้ใช้ ซอร์สโค้ด แผนภาพสถาปัตยกรรม และเอกสารระบบ | ภัยคุกคามจากคนใน (Insider Threat) และการตรวจหาช่องโหว่เชิงลึกที่สุด |
ขั้นตอนการทดสอบเจาะระบบ (Pentest Phases & Methodology)
ทุกโครงการทดสอบเจาะระบบดำเนินการภายใต้ข้อตกลงการทดสอบ (Rules of Engagement) ที่ลงนามร่วมกัน และควบคุมไม่ให้กระทบการให้บริการของระบบจริง โดยแบ่งการทำ Pentest ออกเป็น 5 เฟส และมุ่งส่งมอบผลการทดสอบที่นำไปแก้ไขได้ทันที (Actionable Findings)
| ขั้นตอนที่ | กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ | ผลลัพธ์ที่ส่งมอบ |
|---|---|---|
| 1. Scoping & Rules of Engagement | หารือร่วมกับองค์กรเพื่อกำหนดระบบเป้าหมาย (IP, URL, แอปพลิเคชัน, API) รูปแบบการทดสอบ ช่วงเวลา และผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน | เอกสารขอบเขตและข้อตกลงการทดสอบ (Scope & Rules of Engagement) |
| 2. Reconnaissance & Enumeration | รวบรวมข้อมูลเป้าหมายโดยไม่สัมผัสระบบ แล้วสำรวจระบบด้วยการสแกนพอร์ตและบริการ เพื่อระบุพื้นผิวการโจมตี | รายการพื้นผิวการโจมตีและช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โจมตี |
| 3. Exploitation & Post Exploitation | โจมตีช่องโหว่อย่างมีการควบคุม เมื่อเข้าถึงระบบได้แล้วจะสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมและทดสอบการโจมตีผ่านช่องทางอื่นต่อ เพื่อวัดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้จริง | หลักฐานการโจมตีสำเร็จ (Proof of Concept) ของช่องโหว่แต่ละรายการ |
| 4. Impact Analysis & Recommendation Report | คำนวณระดับความเสี่ยง อธิบายช่องโหว่และผลกระทบ แล้วจัดลำดับการแก้ไขตามความรุนแรง (Critical / High / Medium / Low / Informational) | รายงานข้อเสนอแนะ (Recommendation Report) ระบุประเภทช่องโหว่ ระบบและพอร์ตที่ได้รับผลกระทบ ระดับความเสี่ยง และวิธีแก้ไข |
| 5. Revisit & Final Report | หลังองค์กรแก้ไขระบบ ทีมงานทดสอบซ้ำทุกช่องโหว่ที่พบ แล้วจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ | รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ประกอบด้วยบทสรุปผู้บริหาร ขอบเขตและเครื่องมือ เกณฑ์ประเมินความรุนแรงตาม OWASP รายละเอียดช่องโหว่พร้อมคะแนน CVSS และ OWASP Mapping และผลการทดสอบซ้ำ |
เครื่องมือทดสอบเจาะระบบที่ใช้ (Pentest Tools)
เราใช้ Tool Pentest ทั้งเชิงพาณิชย์และ Open Source ที่ Pentester มืออาชีพทั่วโลกใช้ ร่วมกับการทดสอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาช่องโหว่ที่เครื่องมืออัตโนมัติตรวจไม่พบ
- เครื่องมือเชิงพาณิชย์ (Commercial Tools): Burp Suite Professional สำหรับ Web Pentest และ Tenable Nessus สำหรับการประเมินช่องโหว่
- เครื่องมือ Open Source: Kali Linux, Nmap, Metasploit Framework, Nikto (สำหรับ Nikto Pentest ตรวจหาช่องโหว่ของ Web Server), Wireshark, MobSF, Frida, testssl.sh, John the Ripper, Aircrack-ng (สำหรับ Pentest WiFi) และ cURL
ทีม Pentester ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (Certified Penetration Testers)
งานทดสอบเจาะระบบทุกโครงการดำเนินการโดยทีม Pentester ที่ผ่านการรับรองด้าน Penetration Testing, Web Pentest, Mobile Pentest และ Red Team จากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม และควบคุมคุณภาพงานโดยผู้มีประกาศนียบัตรด้านการบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบเจาะระบบ (Pentest FAQ)
Pentest (Penetration Testing) คืออะไร?
Pentest หรือการทดสอบเจาะระบบ คือการจำลองการโจมตีระบบสารสนเทศอย่างมีการควบคุม โดยผู้ทดสอบที่ได้รับอนุญาต เพื่อค้นหาช่องโหว่ที่ผู้โจมตีอาจใช้ พิสูจน์ว่าช่องโหว่นั้นถูกใช้โจมตีได้จริง และให้คำแนะนำในการแก้ไขก่อนเกิดความเสียหาย
การทดสอบเจาะระบบ (Pentest) ต่างจากการประเมินช่องโหว่ (VA) อย่างไร?
การประเมินช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ใช้เครื่องมือสแกนหาช่องโหว่ที่รู้จักแล้วอย่างกว้างขวาง ส่วนการทดสอบเจาะระบบลงลึกกว่า โดย Pentester จะลองโจมตีช่องโหว่จริงเพื่อยืนยันว่าเข้าถึงระบบหรือข้อมูลได้แค่ไหน และค้นหาช่องโหว่เชิงตรรกะที่เครื่องมืออัตโนมัติตรวจไม่พบ
Pentest Black Box กับ Pentest White Box ต่างกันอย่างไร?
Pentest Black Box ผู้ทดสอบไม่ได้รับข้อมูลระบบล่วงหน้า จึงจำลองผู้โจมตีจากภายนอกได้ใกล้เคียงที่สุด ส่วน Pentest White Box ผู้ทดสอบได้รับข้อมูลครบถ้วน ทั้งบัญชีผู้ใช้ ซอร์สโค้ด และแผนภาพระบบ จึงค้นหาช่องโหว่ได้ลึกและครอบคลุมกว่าในเวลาเท่ากัน
ควรทำ Pentest บ่อยแค่ไหน?
แนะนำให้ทดสอบเจาะระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบที่สำคัญ เช่น เปิดใช้งานระบบใหม่หรือปรับโครงสร้างเครือข่าย สำหรับองค์กรที่ต้องปฏิบัติตาม PCI DSS มาตรฐานกำหนดให้ทำ Pentest ทั้งภายนอกและภายในอย่างน้อยทุก 12 เดือน และหลังการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
การทดสอบเจาะระบบจะกระทบการใช้งานระบบจริงหรือไม่?
ทีมงานกำหนดขอบเขต ช่วงเวลา และวิธีการทดสอบร่วมกับองค์กรใน Rules of Engagement ก่อนเริ่มงาน และหลีกเลี่ยงเทคนิคที่อาจทำให้ระบบหยุดทำงาน หากพบความผิดปกติระหว่างทดสอบ ทีมงานจะหยุดและแจ้งผู้ติดต่อขององค์กรทันที
บทสรุปและตัวชี้วัดสำคัญสำหรับผู้บริหาร (Executive Insights & Metrics)
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทดสอบเจาะระบบที่คณะกรรมการ (Board) และผู้บริหารควรติดตาม:
- Critical & High Findings Closure Rate: สัดส่วนช่องโหว่ระดับวิกฤตและระดับสูงที่ได้รับการแก้ไขและผ่านการทดสอบซ้ำแล้ว
- Mean Time to Remediate (MTTR): ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่พบช่องโหว่จนแก้ไขเสร็จ แยกตามระดับความรุนแรง
- Retest Pass Rate: สัดส่วนช่องโหว่ที่ผ่านการทดสอบซ้ำในครั้งแรก สะท้อนคุณภาพการแก้ไขของทีม IT
- Attack Surface Coverage: สัดส่วนระบบสำคัญที่ได้รับการทดสอบเจาะระบบภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา
- Repeat Findings Rate: อัตราช่องโหว่ประเภทเดิมที่พบซ้ำในการทำ Pentest รอบถัดไป
4 คำถามสำคัญ ที่คณะกรรมการและผู้บริหารควรถามตนเองในวันนี้:
- ระบบงานสำคัญที่เปิดให้ลูกค้าใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ได้รับการทดสอบเจาะระบบโดยผู้ทดสอบอิสระภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาแล้วหรือยัง?
- หากผู้โจมตีเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานได้เพียงเครื่องเดียว เขาจะยึด Active Directory หรือเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าได้หรือไม่?
- ช่องโหว่ระดับวิกฤตที่พบจากการทำ Pentest ครั้งก่อน ได้รับการแก้ไขและทดสอบซ้ำจนยืนยันได้แล้วทั้งหมดหรือไม่?
- คณะกรรมการได้รับรายงานผลการทดสอบที่ระบุระดับความเสี่ยงและผลกระทบทางธุรกิจอย่างชัดเจน เพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนด้านความปลอดภัยหรือไม่?
ให้เราค้นหาช่องโหว่ก่อนผู้โจมตี ด้วยบริการทดสอบเจาะระบบมืออาชีพ
บริการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) ของ InventSys ช่วยให้องค์กรรู้จุดอ่อนของตนเองก่อนผู้โจมตี ด้วยทีม Pentester ที่ได้รับการรับรองระดับสากล กระบวนการที่ควบคุมความเสี่ยงต่อระบบจริง และรายงานที่ทั้งผู้บริหารและทีม IT นำไปใช้ได้ทันที
ติดต่อขอรับใบเสนอราคา (Quotation) หรือข้อเสนอบริการ (Service Proposal)
สำหรับบริการ Penetration Testing, Web Pentest, Vulnerability Assessment, IT Audit, Cybersecurity, Governance, Risk & Compliance (GRC) หรือประเด็นที่เกี่ยวข้อง
อีเมล: Sale@inventsysgroup.com
โทรศัพท์: 06-6036-4426, 080-935-4426
บริการให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิค (Technical Expert Consultation)
หากต้องการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Penetration Testing, Cybersecurity หรือ IT Audit โดยตรง ติดต่อได้ที่ช่องทางเดียวกัน
“เราคือเพื่อนที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญ และมีประกาศนียบัตรรับรอง ที่พร้อมจะยืนเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์”
